รถตระกูลคัมรี่ กำเนิดโดยการแตกหน่อออกมาจากรถตระกูลเซลิก้า รถตระกูลเซลิก้ากำเนิดขึ้นเมื่อ 1970 ในเวลานั้น เซลิก้าเป็นรถสปอร์ตที่นั่งตอนเดียว ขับเคลื่อนล้อหลัง เปิดประทุนได้ รูปตัวถัง 3 แบบ คือ Hardtop , Liftback และ Coupe เหมาะสำหรับงานแข่งรถ โดยเฉพาะการแข่งแรลลี่ หลังจากนั้น ก็ได้แยกสายการผลิตออกไปเป็นคัมรี่ สาเหตุของการแบ่งคัมรี่ออกเป็นรุ่น V และ XV รหัส XV (ในประเทศไทยเรียกว่า ACV)เนื่องมาจาก ที่ญี่ปุ่น กำหนดเกณฑ์แบ่งขนาดของรถยนต์โดยสารออกเป็น 3 ประเภท คือ

  • Kei Car คือรถที่มีขนาดยาวไม่เกิน 3400 มิลลิเมตร, กว้างไม่เกิน 1480 มิลลิเมตร, สูงไม่เกิน 2000 มิลลิเมตร เครื่องยนต์ความจุกระบอกสูบไม่เกิน 660 ลูกบาศก์เซนติเมตร กำลังสูงสุดไม่เกิน 47 กิโลวัตต์
  • 5 Number คือรถที่มีขนาดยาวไม่เกิน 4700 มิลลิเมตร, กว้างไม่เกิน 1700 มิลลิเมตร, สูงไม่เกิน 2000 มิลลิเมตร และใช้เครื่องยนต์ความจุกระบอกสูบไม่เกิน 2000 ลูกบาศก์เซนติเมตร กำลังสูงสุดไม่เกิน 147กิโลวัตต์
  • 3 Number คือรถที่มีขนาดตัวถังและเครื่องยนต์ใหญ่กว่าพิกัดของ 5 Number

โดยต่อมา รถรุ่นใหม่ๆ เริ่มออกมามีขนาดใหญ่ขึ้น ทั้งค่ายโตโยต้า และค่ายอื่น โตโยต้าจึงต้องพยายามออกแบบคัมรี่ให้ใหญ่ขึ้นเพื่อสู้กับกระแสการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน แต่คัมรี่รุ่นที่มีอยู่ (รหัส V) ใหญ่จนถึงขีดจำกัดของพิกัด 5 Number ของญี่ปุ่นแล้ว รถที่ใหญ่กว่านี้แม้เพียงเล็กน้อยจะจัดอยู่ในพิกัด 3 Number ทันที และจะทำให้ค่าภาษีของคัมรี่ในญี่ปุ่นสูงขึ้นอย่างมาก

โตโยต้าจึงตัดสินใจ แยกเป็นสองคัมรี่ คัมรี่แรก คือคัมรี่ที่พัฒนาต่อจากเดิม ตรึงขนาดไว้ที่ 5 Number ขายเฉพาะในญี่ปุ่น คัมรี่สอง ออกแบบให้ใหญ่ขึ้นไปอยู่ที่ขนาดกลาง หรือ D-Segment ขายในประเทศอื่น (เนื่องจากอัตราภาษี 5 Number, 3 Number มีผลเฉพาะที่ญี่ปุ่น) โดยคัมรี่รุ่นที่มีขนาดใหญ่กว่านี้ ใช้รหัสตัวถัง XV โดย XV รุ่นแรก เปิดตัวใน ค.ศ. 1991 จนกระทั่งเมื่อเวลาผ่านไป รถโคโรลล่าเองก็ได้รับการพัฒนาจนกระทั่งมีขนาดใหญ่ขึ้นใกล้เคียงคัมรี่รหัส V ในขณะที่คัมรี่ XV ก็พัฒนารุ่นใหม่ให้ขนาดใหญ่ขึ้น นั่งสบายขึ้นไปเรื่อยๆ จนคัมรี่รหัส V ไม่มีที่ยืนในตลาดอีกต่อไป ในปี ค.ศ. 1998 จึงได้ยกเลิกการใช้ชื่อคัมรี่ ไปใช้ชื่อ โตโยต้า วิสต้า และกลายเป็นรถขนาดเดียวกับโคโรลล่า และต่อมาก็ได้ยกเลิกไป โดยรหัส V รุ่นสุดท้ายที่ได้ใช้ชื่อคัมรี่คือรุ่น V40

 

XV10 (ค.ศ. 1991-1996) โฉมนี้ ขับเคลื่อนล้อหน้า มีเครื่องยนต์ 3 ขนาด คือ

  • 2 ลิตร รุ่น 5S-FE 4 สูบ (130 แรงม้า)
  • 0 ลิตร รุ่น 3VZ-FE V6 (185 แรงม้า)
  • 0 ลิตร รุ่น 1MZ-FE V6 (194 แรงม้า)

มีตัวถัง 2 แบบ คือ Sedan 4 ประตู , Station Wagon 4 ประตู

มี 2 ระบบเกียร์ คือ อัตโนมัติ 4 สปีด และ ธรรมดา 5 สปีดดังเดิม

ในประเทศไทย โฉมนี้เป็นโฉมแรกที่โด่งดังในไทย เปิดตัวในประเทศไทย ค.ศ. 1993 แต่ยังเป็นโฉมที่ยังไม่ผลิตในไทย (รถนำเข้าจากประเทศออสเตรเลีย) ดังนั้น ในวงการรถไทย จึงเรียกว่า “โฉมแรกประกอบนอก” ต่อมาใน ค.ศ. 1995 มีการปรับโฉมเปลี่ยนไฟท้าย ทำให้ในรุ่นท้ายๆ ของโฉมนี้ วงการรถไทย เรียกว่า “โฉมท้ายหงส์

XV10 ในประเทศไทย แบ่งรุ่นย่อยออกเป็น 3 รุ่นดังนี้

  • 2GXi (มีให้เลือก เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด และเกียร์ธรรมดา 5 สปีด ) เป็นรุ่นต่ำสุด
  • 2GXi ABS (มีให้เลือก เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด และเกียร์ธรรมดา 5 สปีด) มีระบบเบรกป้องกันล้อล็อกเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน แต่ยังไม่มีถุงลมนิรภัย ในช่วงแรกๆ โดยรุ่นนี้เป็นรุ่นท็อปสุดในช่วงปี 1993 หรือปีแรกที่คัมรี่ออกขาย
  • 0 V6 เป็นรุ่นท็อปสุด ออกมาในค.ศ. 1994

ในช่วงปีสุดท้ายก่อนปรับโฉม มีการติดตั้งถุงลมนิรภัยเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

 

XV20 (ค.ศ. 1996-2002)

โฉมนี้ ขับเคลื่อนล้อหน้า มีเครื่องยนต์ 2 ขนาด คือ 2.2 ลิตร 5S-FE (129 แรงม้า) กับ 3.0 ลิตร 1MZ-FE (194 แรงม้า)

มีตัวถัง 2 แบบ คือ Sedan 4 ประตู และ Station Wagon 4 ประตู

มี 2 ระบบเกียร์ คือ อัตโนมัติ 4 สปีด และ ธรรมดา 5 สปีด เช่นเดียวกับโฉมเดิม

โฉมนี้ รุ่นปีแรกๆกับรุ่นปีท้ายๆ มีความแตกต่างกันในรายละเอียดพอควร พ่อค้ารถในไทยและวงการรถไทยจึงใช้ชื่อเรียกโฉมที่ต่างกัน โดยในรุ่นแรกๆ เรียกว่า “โฉมไฟท้ายไม้บรรทัด” (ไฟยาว) ส่วนรุ่นท้ายๆ จะเรียก “โฉมท้ายย้อย” (ไฟย้อย) แต่การขายก็ล่าช้ากว่าต่างประเทศ โดยขายระหว่าง ค.ศ. 1998-2002

ในประเทศไทย โฉมนี้ ในช่วงแรกคัมรี่ยังต้องนำเข้าจากประเทศออสเตรเลีย แต่ใน ค.ศ. 2000 ก็ย้ายฐานการผลิตเข้ามาในประเทศไทย

ในประเทศไทยแบ่งรุ่นย่อยออกเป็น 2 รุ่นดังนี้

  • 2GXi (มีให้เลือก เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด และเกียร์ธรรมดา 5 สปีด) เป็นรุ่นต่ำสุด เบาะกำมะหยี่สีเทา ภายในสีเทา เครื่องปรับอากาศธรรมดา วิทยุเทป 4 ลำโพง เป็นรุ่นประหยัดที่เพิ่มเข้ามาในค.ศ. 2000 ภายหลังจากย้ายฐานการผลิตเข้ามาในประเทศไทย

 

  • 2SE.G (มีให้เลือก เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด เบาะกำมะหยี่, เกียร์ธรรมดา 5 สปีด เบาะกำมะหยี่ และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด เบาะหนัง) เป็นเกรดบนสุด เครื่องปรับอากาศแบบอัตโนมัติ ,วิทยุพร้อมเครื่องเล่นซีดี 6 แผ่นด้านหน้า 2DIN 6 ลำโพง ,ภายในสีเบจ ,ตกแต่งลายไม้ ,เบาะคนขับและผู้โดยสารปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง

ข้อแตกต่างของคัมรี่รุ่นไฟท้ายไม้บรรทัด ระหว่างรุ่นที่ผลิตในประเทศออสเตรเลีย กับรุ่นที่ผลิตในประเทศไทย คือ คัมรี่ออสเตรเลียที่ขายในช่วงแรก มีเฉพาะรุ่น 2.2SE.G เท่านั้น แต่จะเป็น 2.2SE.G ที่ภายในสีเทา ไม่มีลายไม้ ล้ออัลลอยก้านตรง เบาะปรับมือ ในขณะที่ 2.2SE.G รุ่นประเทศไทย จะได้ภายในสีครีม ตกแต่งลายไม้ ล้ออัลลอยก้านเฉียง เบาะปรับไฟฟ้า

ทุกรุ่นมีระบบเบรกป้องกันล้อล็อกและถุงลมนิภัยคู่หน้าเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน และหลังการปรับโฉมเป็นรุ่นไฟท้ายย้อย ได้เพิ่มไฟตัดหมอกในทุกรุ่น และตัดรุ่น 2.2SE.G เกียร์ธรรมดาออกจากสายการผลิต

 

XV30 (ค.ศ. 2001-2006)

โฉมนี้ ขับเคลื่อนล้อหน้า มีเครื่องยนต์ 5 ขนาด คือ 2.0 ลิตร 1AZ-FE (144 แรงม้า) , 2.4 ลิตร 2AZ-FE (152 แรงม้า) , 3.0 ลิตร 1MZ-FE (192 แรงม้า) , 3.0 ลิตร 1MZ-FE (210 แรงม้า) และ 3.3 ลิตร 3MZ-FE (225 แรงม้า)

มีตัวถัง 1 แบบ คือ Sedan 4 ประตู

มี 3 ระบบเกียร์ คือ อัตโนมัติ 4 สปีด , อัตโนมัติ 5 สปีด และธรรมดา 5 สปีด แต่ในประเทศไทย เกียร์ธรรมดาในคัมรี่ถูกยกเลิก

ในประเทศไทย คัมรี่ขายในช่วงระหว่าง พ.ศ. 2545-2549 แบ่งรุ่นย่อยออกเป็น 4 รุ่นดังนี้

  • 0E เป็นเกรดต่ำสุด สำหรับขายรถ Fleet ลดอุปกณ์บางอย่างออกไปเช่น วิทยุพร้อมเครื่องเล่นเทป 4 ลำโพง ,ไม่มีระบบกันขโมย ,พวงมาลัยและหัวเกียร์หุ้มด้วยยูรีเธน ,เบาะนั่งหุ้มด้วยกำมะหยี่,ล้ออัลลอยด์ขนาด 15 นิ้ว ,ไม่มีไฟตัดหมอกหน้า(รุ่นปรับโฉมปี 2004-2006 ล้ออัลลอยด์ขนาด 16 นิ้ว ,วิทยุพร้อมเครื่องเล่นซีดี/MP3 1 แผ่น 4 ลำโพง)
  • 0G เป็นเกรดบนสุดของเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร สำหรับประชาชนทั่วไป เพิ่มเข้ามาในช่วงการปรับโฉม พ.ศ. 2547 มีอุปกรณ์เพิ่มมา เช่น วิทยุพร้อมเครื่องเล่นซีดี/MP3 6 แผ่น 6 ลำโพง ,กุญแจรีโมทพร้อมสัญญาณกันขโมย ,พวงมาลัยและหัวเกียร์หุ้มด้วยหนัง ,เบาะนั่งหุ้มด้วยหนัง ,เบาะคนขับปรับไฟฟ้า ,ไฟตัดหมอกหน้า ,ล้ออัลลอยด์ขนาด 16 นิ้ว ,ตกแต่งภายในลายไม้(โฉมนี้มีเฉพาะรุ่นปรับโฉมปี 2004-2006)
  • 4G เป็นเกรดล่างสุดของเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร มีอุปกรณ์เพิ่มมาจากรุ่น 2.0G เช่น หน้าปัดแบบ Optiron 3 สี ,เบาะผู้โดยสารปรับไฟฟ้า ,สัญญาณกะระยะรอบคัน (ในรุ่นแรกจะเป็นล้ออัลลอยด์ 15 นิ้ว แต่รุ่นปรับโฉมจะเป็นล้ออัลลอยด์ 16 นิ้ว)
  • 4Q เป็นเกรดบนสุด มีอุปกรณ์เพิ่มมาจากรุ่น 2.4G เช่น พวงมาลัยและหัวเกียร์ตกแต่งด้วยลายไม้ ,ไฟหน้า HID ปรับระดับอัตโนมัติ ,ครูซคอนโทรล ,ม่านบังแดดหลังไฟฟ้า (ในรุ่นแรกจะเป็นล้ออัลลอยด์ 16 นิ้ว แต่รุ่นปรับโฉมจะเป็นล้ออัลลอยด์ 17 นิ้ว และมีระบบเครื่องเสียงให้เลือก 3 แบบคือ วิทยุพร้อมเครื่องเล่นซีดี/MP3 6 แผ่น ,เครื่องเล่น DVD พร้อมจอ 6.5 นิ้ว ,ระบบนำทางในรถยนต์พร้อมกล้องถอยหลังและเครื่องเล่น DVD)

โฉมนี้ พ่อค้ารถในไทย และวงการรถไทย นิยมเรียกว่า “โฉมตาเหยี่ยว” เริ่มการขายในไทย พ.ศ. 2545-2549 ล่าช้ากว่าต่างประเทศเช่นเคย

———————————————————————————————————————-
🔰 ช่องทางการติดตาม 🔰
🔷 ติดตาม สาระน่ารู้เรื่องรถ : https://tinyurl.com/wl23yvs
🔷 ติดตามทาง Facebook : https://goo.gl/Lxe1Pr
🔷 ติดตามทาง LINE : http://goo.gl/WClkpl
🔷 ติดตามทาง YOUTUBE : https://goo.gl/xvlxeQ

สนับสนุนบทความดี ๆ ได้ที่นี่จร้า...

You Might Also Like

Leave Comments